Aug 21, 2016

ถึง.....เพื่อนที่อยู่ปลายนา สิงห์บุรี
...................................
...................................





"กำลังคิดถึง ก็โทรมาพอดี "
ดิฉันพูด




สร้อยบอกว่า "เรามักสื่อตรงกันเสมอๆ"
นั่นสิเนอะ 5555



หลายวันมานี่ ดิฉันจะคิดถึงเป็นพิเศษ
คิดถึงวันที่เราสองคนไปนั่งทานข้าวกันบนเดอะมอลล์
หลังเลิกงาน



สมัยก่อน เรานัดทานข้าวกันบ่อย
เจอกันบ่อย คุยกันบ่อย
ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาดีดี ที่สุดช่วงหนึ่ง



เราสองคนมักมีความคิดคล้ายๆกัน
เวลาคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เรามักจะมองไปแนวทางเดียวกัน พื้นฐานจิตใจคล้ายๆกัน
เราไม่ชอบการเสแสร้าง ไม่ชอบการโกหก เหมือนกัน
นี่คงเป็นเหตุผลมั้งที่ทำให้ เราสองคนเลยกลายเป็นเพื่อนซี้มาตั้งแต่เรียนแล้ว



สร้อยเป็นคนที่ไม่อยากได้อะไรจากใคร
ไม่เคยขอให้ใครช่วย
ในทางตรงกันข้าม เวลาเพื่อนขอให้สร้อยช่วย
มันจะรีบทำให้ทันที



ไอประเภท อยากได้โน่น อยากได้นี่
โดยไม่เคยถามว่า รบกวนคนอื่นหรือเปล่า
แต่พอเค้าขอความช่วยเหลือ ตัวเองกลับเงียบ นิ่ง
หรือปฎิเสธ ด้วยสารพัดเหตุผล



นิสัยแบบนี้ สร้อยไม่เคยเป็น
เราสองคน เกลียดคนแบบนี้ที่สุด เราว่า มันเห็นแก่ตัวเกินไป



เวลาดิฉันเจอใครเห็นแก่ตัว
จะไปเล่าให้สร้อยฟัง สร้อยก็มักจะเตือนว่า .. ให้อยู่ห่างๆ ไว้
ดิฉันก็พยายามทำตาม แต่บางครั้งเราก้อเลี่ยงคนประเภทนี้ไม่ได้



55555555



ใครได้รู้จักสร้อย ถ้าเปิดใจ คบกันลึกๆ
จะรู้ว่า มันเป็นเพื่อนที่น่ารักที่สุด



ดิฉันกับสร้อย เราไม่มีฟอร์มใส่กัน
วันไหนรวย ก็บอกว่ารวย
วันไหนจน ก็บอกว่าจน



ตอนทำงานใหม่ๆ ดิฉันได้เงินเดือนมา
ก้อเอาไปเลี้ยงข้าวมัน
ตอนหลังมันรวยกว่า มันก็เลี้ยงดิฉัน แถมจ่ายค่ารถกลับบ้านให้ด้วย



ช่วงนี้ ดิฉันบอกมันว่า จะไม่ค่อยโทรหานะ จะประหยัดค่าโทรศัพท์
เพราะปีนี้ต้องใช้เงินเยอะ มันบอกว่า ไม่เป็นไร มันจะเป็นฝ่ายโทรหาเอง
(ทั้งที่ มันก็ต้องเก็บตังส์เหมือนกัน 5555555)




สร้อยรู้ว่า ดิฉันกำลังเครียด มันเป็นห่วง เลยโทรมาหา
ถามว่า ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีมั้ย
ดิฉันยิ้มล่าเลย ..... รีบโม้ให้สร้อยฟัง



มันหัวเราะ
และดีใจไปกับดิฉัน
มันบอกว่า "ว่าแล้วว่าดิฉันต้องทำได้จริงๆ"



เพราะตอนที่ดิฉันกำลังเจอปัญหา
ตอนนั้นก็ได้สร้อยนี่แหละ ที่อยู่เป็นเพื่อน
ช่วยกันคิดหาทางแก้ พยายามหาทางออกให้ดิฉัน
จนดิฉันมีกำลังใจขึ้นมา



โดยเฉพาะเรื่อง "บ้าน"
ขอบใจนะสร้อย เพราะแกจริงๆ



ตอนเด็กๆ ดิฉันชอบนั่งพิงสร้อย เวลาเรียนในห้องเรียน
เรานั่งด้วยกัน ตามองกระดาน
แต่ใจมักลอยไปไหนต่อไหน
เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกค่ะ
แต่ตัวเราก็ยังพิงกันจนหมดคาบนั่นแหละ



จำได้ว่าครั้งหนึ่ง ... มีคนมาบอกว่า มันไปนั่งซ้อนท้ายพี่คนหนึ่ง
(ที่หน้าตาดี และเป็นที่หมายปองของพวกเรา)
ดิฉันกระซิบถามมัน ระหว่างนั่งเรียน ตกลงแกไปกับเค้าจริงเหรอว่ะ
มันตอบว่า "จริง" แล้วหัวเราะ เท่านั้นแหละ ดิฉันงอนมันไปเลย
แล้วมันก็บอกว่า "กุพูดเล่น บ้าเหรอ เค้าจะมาชอบกุได้ไง"
เพราะถ้ามันไปจริง มันควรเล่าให้ดิฉันบ้าง
เลยไม่ยอมคุยกับมัน กว่าจะพูดกันรู้เรื่อง
สรุป มันพูดเล่น ... ดิฉันเลยงอนฟรี


5555555555


มันขำดิฉันใหญ่ บอกว่า มันโกหก ก้อเชื่อ



..................................
....................................



ตอนดิฉันกำลังจะแต่งงาน แต่สร้อยอกหัก
ดิฉันไปอยู่เป็นเพื่อนมัน
พยายามซื้อโน่น ซื้อนี้ให้มันกิน แต่มันก็ไม่ยอมกิน
(สุดท้ายดิฉันกินคนเดียวหมด 5555)
วันนั้นสร้อยเอาไดอารี่ของสร้อยมาให้ดิฉันอ่าน
เรานั่งพิงกันเหมือนสมันเรียน ... ดิฉันอ่านไปก็ร้องไห้ไป



แต่มันก็สัญญาว่า วันที่ดิฉันแต่งงาน มันจะไม่ร้องไห้
แล้วมันก็ไม่ร้องไห้จริงๆ ค่ะ
ดิฉันเอาช่อดอกไม้เจ้าสาวให้สร้อย
เพื่อว่า สร้อยจะได้เป็นเจ้าสาวคนถัดไป



แต่ใครจะเชื่อค่ะ .. ว่าสร้อยได้เป็นเจ้าสาวต่อจากดิฉันจริงๆ 55555



(สร้อยให้ของขวัญแต่งงานกับดิฉันด้วยค่ะ
เป็น ห้องพักโรงแรมหรูที่พัทยา 1 คืนอีก แท้งกิ้วหลายๆๆๆ)




วันที่มันแต่งงาน จำได้ว่า ดิฉันงอนมันอีกตามเคย
เพราะมันหงุดหงิดจัด มาใส่อารมณ์กับดิฉัน
แต่ก็นั่นล่ะ ยังไงมันก็เป็นเพื่อนที่ดิฉันห่วงมากที่สุด
พองานเสร็จ ดิฉันเข้าไปกอดสร้อย
บอกมันว่า "โชคดีนะสร้อย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
แกยังมีฉันเสมอ" ...แล้วเราก็ร้องไห้ (ตามเคย)



ดิฉันกลับมานั่งร้องไห้ต่อในรถ
จนไอปุ๊ปลอบใจว่า สร้อยมันจะมีความสุขแน่ๆ



ตอนนี้มันไปอยู่บ้านนอกกับครอบครัวที่ปลายนาแล้ว
มันบอกว่า เป็นคุณแม่เต็มตัว โทรมสุดๆๆ
แทบจะไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย
แต่ฟังน้ำเสียงแล้ว ดูมันมีความสุขมาก
หัวเราะ คิก คิก ตลอดเวลา



ลูกสาวของดิฉันก็ตัวอ้วนพี 7 กิโลกว่าแล้วค่ะ



โหะ โหะ



แม่เปี๊ยกต้องอุ้มไม่ไหวแน่ๆๆ



วันนี้เราคุยกันนาน เป็นชั่วโมงค่ะ
คุยไป ดาด้าก็ร้อง
สงสัยอยากคุยกับแม่เปี๊ยก แม่สร้อยด้วย


สร้อยบอกว่า เมื่อไหร่ฉันจะมีลูกนะ
ดิฉันเลยแกล้งแซวว่า ทำไมจะช่วยเลี้ยงเหรอ
สร้อยบอกว่า สบายมาก...เลี้ยงได้อยู่แล้ว


งิงิงิ


................................
.................................





คุยโทรศัพท์กันเสร็จ
ดิฉันก็คิดอยากจะเขียนอะไรถึงมันบ้าง
(สร้อยเขียนถึงดิฉันในไดอารี่ด้วยนะ)


อยากบอกแกจัง ว่า
"ขอบใจว่ะ"


จาก เพื่อน บ้านหลังเขา ชลบุรี


ปล. สร้อยยังติด ผ้าปูที่นอนชุดใหญ่ ดิฉัน 1 ชุด ตอนมันเรียนโท มันให้ดิฉันติวเศรษฐศาสตร์ให้
จนได้ เกรด เอ มันสัญญาว่าจะให้ชุดผ้าปูที่นอน จนบัดนี้ จะสามปีแล้ว มันทำเป็นลืม
ไม่ยอมพูดเรื่องนี้ แต่ดิฉันยังไม่ลืม เดี๋ยวก่อน รอให้ลูกแกโตก่อน ฉันจะไปทวง 55555









3 comments:

joyjoei said...

เราว่าความเป็นเพื่อนที่ซี้กันสุดๆ นี่สวยงามจริงๆ อยากเล่าอยากแชร์อะไรก็ได้ เพื่อนชอบฟังเรื่องของเรา มันรู้สึกดีเวลามีใครรับฟังเราจริงๆ

อ่านแล้วทำให้เรานึกถึงเพื่อนสนิทขึ้นมาสองคน สองคนนี้เราโทรหาบ่อยที่สุด คนนึงเจอกันนานๆ ครั้ง ปีละหนมั้ง แต่เราต้องเป็นคนเดินทางไปหา เพราะเพื่อนไม่ชอบเดินทาง ไม่เป็นไร เราเป็นฝ่ายไปหาเองก็ได้ อีกคนหาเรื่องเจอกันบ่อย เพราะชอบเที่ยวด้วยกัน โสดทั้งคู่ อยู่ไม่ติดบ้านทั้งคู่ เวลามีก็หาเรื่องเที่ยวด้วยกัน

..ying.. said...

เมื่อก่อนเรามีเพื่อนเยอะ คุยได้กับทุกคน ใครอยากสนิทด้วยก็ยินดีต้อนรับ แต่พอโตขึ้น เรากลับไม่ชอบแบบนั้นแล้ว เราคบเพื่อนน้อยลง ยิ่งใครที่นิสัยต่างกัน นิสัยแย่ๆ เราก็จะเริ่มทำตัวถอยห่างออกมา ไม่ค่อยอยากคุยหรือใกล้ชิดด้วย

ในทางตรงกันข้ามเพื่อนที่เราสนิท เราจะแชร์ทุกอย่าง ไม่ว่าเวลาทุกข์หรือสุข ก็จะรีบเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง เวลาเพื่อนทุกข์ เราก็อยากอยู่ใกล้ๆ คอยปลอบใจ

ตอนนี้เรากับเพื่อนๆที่สนิท ต่างก็มีครอบครัว หรือมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนสมัยทำงาน แต่พวกเราก็จะอัพเดตข่าวสารถึงกันตลอด ..

joyjoei said...

เรายอมรับว่าเราเพื่อนเยอะ แต่บอกได้ว่าคนที่สนิทจริงๆ ก็เยอะ แล้วดีจริงๆ ที่แย่ๆ เราเลือกไม่คบเลย ถึงจะเคยสนิทกันก่อน ถ้าเริ่มแย่ เราเริ่มห่าง เรามีความรู้สึกว่าคบแล้วเสียเวลา ขอคบคนที่คบแล้วสบายใจ แล้วเค้าจริงใจกะเราจริงๆ ไม่ใช่มีเหตุให้ต้องช่วยแล้วโทรหา แต่เวลาไม่มีอะไรไม่เคยโทร อันนี้เราไม่เอา

Followers

Web stats powered by en.clubstat.com