****Before Valentine****
" ฉัน บอก กับ ลอเร้นจ์
ว่า .... จะ ไป สิงคโปร์ "

หลังจากนั้น หนึ่งอาทิตย์ ลอเร้นจ์ บินมาหาที่กรุงเทพ
และหอบเอาโปรการ์ด แผนที่ พวงกุญแจ ขนม
ฯลฯ
เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์มาให้
เค้าบอกว่า ตื่นเต้นมาก และอยากให้ฉันไปเที่ยวสิงคโปร์เร็วๆ
เค้าจะพาไปที่โน้น พาไปที่นี้
..........................
แต่วันที่จองตั๋วเครื่องบิน
ฉันไม่บอกลอเร้นจ์สักคำ
กลับโทรไปบอกอีกคนให้มารับที่สนามบินแทน
........................
สนามบินดอนเมือง ในห้องผู้โดยสารขาออก
ฉันนั่งอยู่คนเดียว .. รู้สึกเหงาบอกไม่ถูก
ในใจก็คิดว่า ฉันกำลังบ้าแน่ๆๆๆ
สนามบินชางฮี
ฉันออกมาเกือบคนสุดท้ายแล้ว
เพราะช่วยผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ที่เดินทางคนเดียว เพื่อมาเยี่ยมแฟน
แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ฉันเข้าไปช่วยแปลให้กับ ตม.
รถสปอร์ตคันหรู
จอดรอรับฉันที่ประตูทางออก
และเคชิวรออยู่ตรงนั้น
....................
ฉันเข้าไปค้นหาภาพเขียน
ในห้องเก็บภาพของเคชิว
แต่ไม่มี หาไม่เจอ
เจอแต่รูปเขียนของคนอื่นที่ใส่กรอบอย่างสวยงาม
แล้วรูปที่ฉันเขียนให้ล่ะ
รูปของฉัน คุณเก็บไว้ที่ไหน
.....................
ฉันเลือกที่จะไม่ถามเค้า
เลือกที่จะนิ่ง และเก็บความรู้สึกลึกๆไว้ในใจ
อยากกลับกรุงเทพตั้งแต่วันแรกที่มาถึง
แต่ก็ทำไม่ได้...
เคชิวพาไปเที่ยวทั่วสิงคโปร์
พาไปกินอาหารอร่อยๆ ดังๆและปูตัวใหญ่ๆ
สนุก แต่ไม่มีความสุข
วันที่เดินทางกลับ
ลอเร้นจ์โทรเข้ามาและถามว่า อยู่ที่ไหน
ฉันบอกว่า กรุงเทพ
แต่เค้าไม่เชื่อเพราะสัญญาณโทรศัพท์แจ้งว่า อยู่สิงคโปร์
........................
....
...
..
.
ฉันเดินทางกลับกรุงเทพ...พร้อมน้ำตา
และบอกกับตัวเองว่า พอแล้วนะ เหนื่อยแล้ว
แต่ไม่นาน เคชิวก็บินมาหา แล้วถามว่า เกิดอะไรขึ้น
ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ไม่มีเมสเสทตอบกลับ ไม่มีแม้กระทั้งอีเมล์
ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน
ฉันบอกกับเค้าว่า...ฉันเจอแล้ว
คำตอบที่ถามตัวเองมาตลอดสามปีเต็ม
รู้แล้วว่า..เค้าไม่เลือกฉัน
ฉันเลือกที่จะไม่ถามและไม่รอคำตอบอะไรจากเค้า
เลือกที่จะออกจากชีวิตเค้าแบบเงียบๆ
ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย
ไม่เรียกร้องใดใดทั้งสิ้น
ยอมรับมัน...แค่นั้น
.......................
อีกสามปีถัดมา
โทรไปบอกเคชิวว่า ฉันจะแต่งงาน
จะส่งการ์ดเชิญไปให้
แต่คริสไม่เห็นด้วย
เพราะไม่อยากให้มีปัญหา
เคชิวโทรกลับมาถามหาการ์ด เพราะยังไม่ได้รับ
และถามว่า เราจะยังเป็นเพื่อนกันอีกได้ไหม
เรายังเจอกันอีกได้ไหม
................
ฉันตอบเคชิวว่า ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ
เราเป็นเพื่อนกันมาตลอดอยู่แล้ว ไม่เคยเป็นอะไรที่มากกว่านั้น
เพราะคุณไม่เคยรับรู้เลยว่า ...ผู้หญิงคนนี้เคยรักคุณ
เค้าเงียบไปพักใหญ่(ในใจคิดว่า เค้าวางสายไปซะแล้ว)
...........
..
..
..
.
.
แต่
....
เค้าไม่ได้วางสาย
...
และบอกว่า จะมาหาฉัน
"เราต้องคุยกัน ฉันต้องออกมาหาเค้า"
แต่...ฉันทำไม่ได้
"ขอโทษนะเคชิว"
ฉันเจอคุณไม่ได้อีกแล้ว
มันสายเกินไป
สายเกินไปแล้ว
..............................................
ปล.เค้าไม่เคยบอกรักฉัน และนั่นเป็นคำว่า รัก ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย จากปากของฉัน
ปล.ขอบคุณที่บินมาหาแทบทุกเดือน ทุกเสียงโทรศัพท์และทุกข้อความ เรื่องราวต่างๆตลอดสามปี
ปล.เวลาที่อยู่ใกล้กัน แอบคิดเสมอว่า ตัวเอง คือ "เจ้าหญิง"
ปล.สัญญาของเรา ฉันจำได้ และจะรักษาสัญญานั้น จนไม่มี ฉัน ในโลกใบนี้
ปล.ลาก่อน สิงคโปร์ ...คุณไม่ใช่รักแท้ที่ตามหา
ปล.ขอโทษลอเร้นจ์ คุณเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ แต่มากกว่านั้น คงเป็นไปไม่ได้
2 comments:
คุณนาย
ตัวหนังสือหน่ะ ทำให้มันโตก่านี้ได้ม๊ะ อ่านไม่ออกจริงๆ นะ อย่าทรมานคนสายตาสั้น ให้สั้นไปกว่านี้เลยยยยย
What???Is that your story?
Sad... you need to write a book and turn that into a movie or Lakorn. You'll make a lot of money.
I am so sorry ... love-sucks!!!
you need to e-mail me all the details. this is better than Mea-kah-kanom-whan!! just kidding..
love...
Post a Comment